แอร์รถไม่เย็นมีแต่ลม 7 สาเหตุและวิธีแก้ไข (รู้ไว้ก่อนรถกลายเป็นไฟ)

แอร์รถไม่เย็นมีแต่ลม

สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์แล้วคงไม่ใช่เรื่องดีแน่หากว่ารถยนต์ ‘แอร์ไม่เย็น เปิดแรงแค่ไหนก็มีแต่ลม’ ยิ่งในช่วงที่อากาศร้อน ๆ หากแอร์รถยนต์ไม่เย็นขึ้นมารถยนต์ของเราก็ไม่ต่างกับตู้ไมโครเวฟ จะเปิดกระจกขับรถก็ใช่เรื่องเพราะมลพิษบนท้องถนนในทุกวันนี้มันเยอะซะเหลือเกิน

ปัญหาแอร์รถยนต์ไม่เย็น มีแต่ลม แก้อย่างไร

แอร์รถไม่เย็นมีแต่ลม

บทความนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อจะบอกเล่าถึง 7 สาเหตุที่เป็นไปได้และวิธีแก้ไขสำหรับ ผู้ใช้รถทุกท่านที่พบปัญหาแอร์รถยนต์ไม่เย็น เปิดมาทีมีแต่ลมอุ่น ลมร้อน

มีอะไรบ้าง เราตามมาดูกันเลย !!

1.น้ำยาแอร์ขาด ปัญหายอดฮิตของคนใช้รถ

น้ำยาแอร์ขาด

น้ำยาแอร์ หรือที่เข้าใจได้ง่าย ๆ ก็คือสารทำความเย็น (Refrigerants) คือ สารที่ทำหน้าที่รับ ดูดซับ และนำพาความร้อน สารทำความเย็นนี้จะเปลี่ยนสถานะจากของเหลวให้กลายเป็นไอหรือแก๊สที่ทำให้เรารู้สึกเย็น และเมื่อสารดังกล่าวกลายเป็นไอแก๊สแล้ว มันจะถูกดูดกลับเข้าไป และสามารถคืนตัวเปลี่ยนสถานะกลายเป็นของเหลวได้อีก

ด้วยความสามารถของการกลับไปเป็นของเหลวได้อีกครั้งทำให้แอร์รถยนต์ต้องทำงานแบบระบบปิดเพื่อไม่ให้น้ำยาแอร์หมดหรือขาดบ่อย ๆ หากไม่มีการรั่วซึมในที่ต่าง ๆ

ด้วยความเสถียรของระบบปรับอากาศนี้ทำให้หลายครั้งคนใช้รถยนต์ก็หลงลืมที่จะเช็คน้ำยาแอร์ของตัวเอง รู้ตัวอีกทีน้ำยาแอร์ก็ขาดทำให้ในระบบปรับอากาศมีสารทำความเย็นไม่เพียงพอในการเพิ่มแรงดันเข้าแผงคอยล์เย็นแอร์

ในที่สุดเมื่อไม่มีน้ำยาแอร์ไปดูดจับความร้อนภายในตัวรถ คอมเพลสเซอร์แอร์ก็จะพ่นออกมาแต่ลมอุ่น ๆ  แทนที่จะเย็น

วิธีป้องกันและแก้ไขน้ำยาแอร์ขาด

เติมน้ำยาแอร์และตรวจเช็คคอมเพลสเซอร์อย่างสม่ำเสมอ

2.ไส้กรองแอร์รถยนต์อุดตัน

ไส้กรองแอร์รถยนต์อุดตัน

ไส้กรองแอร์ หรือ Cabin Air Filter ในที่นี้หมายถึงแผ่นกรอง – ไส้กรองอากาศก่อนลมจะออกมาจากช่องแอร์ และเข้าไปยังห้องโดยสาร มันทำหน้าที่สำคัญคือการดักจับฝุ่นละออง เศษใบไม้และซากแมลงเล็ก ๆ ที่อาจติดมากับระบบระบายอากาศ

ในกรณีที่เช็คแล้วว่าน้ำยาแอร์ก็ไม่ขาด แต่เปิดยังไงลมที่ออกมาก็ไม่เย็น มีความเป็นไปได้ว่าเกิดจากไส้กรองแอร์รถเรามีสิ่งสกปรก หรือมีฝุ่นอุดตันในไส้กรองแอร์ทำให้ระบบปรับอากาศไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

อาการนี้จุดสังเกตสำคัญอีกอย่างก็คือนอกจากแอร์ที่ออกมาจะเป็นลมอุ่นแล้วก็ยังมีกลิ่นอับออกมาจากช่องแอร์ด้วย

วิธีป้องกันและแก้ไขไส้กรองแอร์อุดตัน

ควรเปลี่ยนไส้กรองแอร์ทุก 1 ปี หรือเปลี่ยนเมื่อรถยนต์เดินทางเป็นระยะ 20,000 กิโลเมตร และตรวจสอบไส้กรองแอร์ทุก 10,000 กิโลเมตรว่ามีสิ่งสกปรกอุดตันหรือไม่

หากพบว่าไส้กรองแอร์สกปรกควรถอดมาเป่า ล้าง ทำความสะอาด หรือเปลี่ยนใหม่ เพื่อให้แอร์ได้ทำงานอย่างเต็มระบบ หากพบว่าสกปรกมากก็สามารถเปลี่ยนได้เลย โดยไม่ต้องรอให้ครบกำหนด

3. ตู้แอร์รั่ว

ตู้แอร์รั่ว

ตู้แอร์ (Evaporator) ทำหน้าที่นำพาความร้อนไปที่สารทำความเย็น แล้วเมื่อสารทำความเย็น (น้ำยาแอร์) เจอความร้อนก็จะกลายเป็นไอแก๊สส่งกลับมาที่ห้องโดยสาร และสุดท้ายจะถูกดูดออกโดยคอมเพรสเซอร์ทำให้กลับมาเป็นของเหลวอีกครั้ง

โดยทั่วไปแล้วระบบแอร์จะไม่สามารถรั่วซึมเองได้ นอกจากจะเกิดความเสียหาย สึกหรอจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่าง ๆ เมื่อตู้แอร์รั่วน้ำยาแอร์ก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว

สาเหตุหลักของตู้แอร์รั่ว อาจเกิดจากอายุการใช้งานและคราบสกปรกที่จับตัวอยู่ที่แผงภายใน เพราะเมื่อสิ่งสกปรกจับตัวกันมันก็จะกลายเป็นตัวเก็บความชื้นทำให้เกิดสนิมกัดกร่อนผิวอลูมิเนียมภายใน ทำให้แรงดันภายในทะลุออกมาได้

วิธีป้องกันและแก้ไขตู้แอร์รั่ว

หากสงสัยว่าตู้แอร์รั่ว ให้ลองนำน้ำสบู่ราดลงบนท่อของตู้แอร์ ถ้าฟองสบู่ขยายตัวแสดงว่ามีจุดรั่วแน่นอน ต้องรีบโทรหาช่าง เพื่อหาวิธีแก้ไข หากปล่อยไว้นานนอกจากแอร์จะไม่เย็นแล้วการรั่วไหลของน้ำยาแอร์สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้

4. ระบบแผงระบายความร้อนหรือพัดลมหน้าแผงคอยล์ไม่ทำงาน

แผงระบายความร้อนไม่ทำงาน

ระบบแผงระบายความร้อน แผงคอยล์ร้อน หรือ แผงคอนเดนเซอร์ (Condenser) มีรูปร่างคล้ายหม้อน้ำ คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่คล้ายเป็นพัดลมเพื่อระบายความร้อนออกมาจากคอมเพรสเซอร์ เพื่อกำจัดความร้อนออกจากสารทำความเย็น และทำให้ระบบแอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพโดยมันจะทำการควบแน่นจากไอแรงดันสูง ให้กลายเป็นของเหลวความดันสูง

เมื่อเปิดกระโปรงหน้ารถออกมา แผงระบายความร้อนนี้จะอยู่ ณ ส่วนหน้าสุดของรถยนต์โดยพัดลมระบายอากาศนี้อาจมี 1 หรือ 2 ตัวก็ได้ ขึ้นอยู่กับชนิดของรถยนต์

หากแผงระบายร้อนไม่ทำงาน น้ำยาแอร์ที่ออกมาจากคอมเพรสเซอร์ไม่มีการระบายความร้อน หรือมีการระบายความร้อนออกน้อย มันจะทำให้พัดลมเครื่องยนต์ไม่ทำงาน ส่งผลให้น้ำยาที่ส่งเข้าคอยล์เย็นมีอุณหภูมิสูง ทำให้แอร์ไม่เย็น

วิธีป้องกันและแก้ไขแผงระบายความร้อนไม่ทำงาน

สังเกตดูว่าเมื่อรถจอดอยู่เฉย ๆ แอร์ไม่เย็น หรือเย็นน้อยกว่าตอนรถเคลื่อนที่หรือไม่ เปิดฝากระโปรงรถขณะติดเครื่องเครื่องยนต์และเปิดแอร์ ดูว่าขณะที่คอมเพรสเซอร์ทำงาน พัดลมหน้าแผงคอยล์ร้อนทำงานด้วยหรือไม่

หากพบว่าหมุนช้า มีเสียงดัง พัดลมหน้าไม่ทำงาน แสดงว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนแผงระบายความร้อนหรือพัดลมหน้าคอยล์ร้อนสกปรกถึงเวลาต้องทำความสะอาด เพื่อให้การระบายความร้อนของน้ำยาแอร์ดีขึ้น

5.ใช้น้ำยาแอร์ผิดประเภท

ใช้น้ำยาแอร์ผิดประเภท

การใช้น้ำยาแอร์รถยนต์ผิดประเภท อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้แอร์รถยนต์ไม่เย็นเพราะการใช้น้ำยาแอร์รถยนต์ปลอมหรือผิดประเภทจะก่อให้เกิดความเสียหายโดยตรงต่อระบบแอร์รถยนต์ ส่งผลเสียทั้งทำให้ประสิทธิภาพในการทำความเย็นลดลง

โดยเฉพาะหากมีการปลอมปนของน้ำยาแอร์มากกว่า 5%  มันสามารถสร้างความเสียหายต่ออุปกรณ์และคอมเพลสเซอร์ในระยะยาว หรือทำให้เกิดการระเบิดได้เลย เพราะน้ำยาที่ปลอมปนอยู่จะทำให้ความดันในระบบแอร์รถยนต์เพิ่มมากขึ้น อาจทำให้อุปกรณ์ในระบบแอร์รถยนต์ไม่สามารถทนแรงดันที่สูงกว่าโครงสร้างได้

ความเสียหายต่างๆ ที่กล่าวมานี้อาจไม่ส่งผลโดยฉับพลัน แต่มันจะทำให้อุปกรณ์ต่าง ๆ เสียก่อนกำหนดแน่นอน

วิธีป้องกันและแก้ไขใช้น้ำยาแอร์ผิดประเภท

เลือกใช้น้ำยาแอร์รถยนต์ให้ตรงตามที่ผู้ผลิตระบุ โดยสามารถดูรายละเอียดได้จากคู่มือการใช้รถหรือปรึกษาช่างผู้ชำนาญ

6.สายพานคอมเพลสเซอร์หย่อน / ชำรุด

สายพานแอร์คอมเพรสเซอร์หย่อน

สายพานหน้าเครื่อง เปรียบเสมือนเส้นเลือดของรถยนต์ มันมีความสำคัญต่อเครื่องยนต์เป็นอย่างมาก ในหนังสือคู่มือรถทุกรุ่นจะมีระยะเปลี่ยนสายพานที่กำหนดไว้ตามคู่มือ หากเลยระยะกำหนดที่ต้องเปลี่ยน หรือมีการชำรุดเสียหายจะทำให้ชิ้นส่วนอื่นทำงานหนักเกินจำเป็น

ในกรณีของระบบแอร์ก็เช่นกัน หากสายพานคอมเพลสเซอร์เกิดหย่อนขึ้นมา คอมเพลสเซอร์แอร์ก็จะยิ่งทำงานหนัก ทำให้ระบบภายในพังเร็วขึ้น ในกรณีที่สายพานของคอมเพลสเซอร์หย่อนก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แอร์รถยนต์ไม่เย็น หรือเครื่องยนต์เสียงดังขึ้น

สายพานคอมเพลสเซอร์อาจหย่อนหรือชำรุดได้ตามกาลเวลา หรือบางคันก็อาจเกิดจากการใช้งานหนัก สายพานในรถยนต์แต่ละรุ่นจะเสื่อมสภาพเมื่อรถยนต์ใช้งานไปได้ 3-7 ปีโดยประมาณขึ้นอยู่กับโรงงานที่ผลิต

วิธีป้องกันและแก้ไขสายพานคอมเพลสเซอร์หย่อน

หากพบว่าบนสายพานมีรอยแตกลายงาหรือหย่อนลงทำให้เครื่องยนต์เสียงดัง แสดงว่าสายพานเสื่อมคุณภาพแล้ว ควรปรับความตึงให้เหมาะสมและหรือรีบเปลี่ยนใหม่จะดีที่สุด

7.ฟิล์มกรองแสงเสื่อมสภาพ

ฟิล์มกรองแสงเสื่อมสภาพ

สาเหตุสุดท้ายอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับแอร์โดยตรง แต่หลายคนมองข้ามไป คือฟิล์มกรองแสงเสื่อมสภาพ ต่อให้แอร์รถยนต์มีประสิทธิภาพเหมือนเดิม แต่ฟิล์มกรองแสงจะมีการเสื่อมสภาพลงในทุกๆปี ทำให้ปริมาณรังสีความร้อน ทะลุมามากขึ้น ทำให้ดูเหมือนแอร์รถยนต์เสื่อมนั่นเอง

หลายคนยังสนใจบทความเพิ่มเติม : ทำไมฟิล์มติดรถยนต์เสื่อมสภาพ?

วิธีป้องกันไม่ให้ฟิล์มเสื่อมสภาพ

โดยทั่วไปแล้ว ฟิล์มกรองแสงจะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ระยะเวลารับประกัน 3-7 ปี เราสามารถป้องกันไม่ให้ฟิล์มเสื่อมสภาพได้โดยจอดรถไว้ในร่ม ไม่จอดรถกลางแดด จะทำให้ฟิล์มเสื่อมสภาพน้อยลงได้

หรืออีกประการหนึ่งคือการเลือกฟิล์มกรองแสงที่เป็นเกรดระดับท๊อปเช่นฟิล์มเซรามิค ระดับพรีเมียม การรับประกันฟิล์มมากกว่า 10 ปี ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการเสื่อมสภาพของฟิล์ม ทำให้รถของคุณร้อนขึ้นมาได้ครับ

สรุป แอร์รถไม่เย็นแก้อย่างไร

ปัญหาแอร์รถยนต์ไม่เย็นนอกจากจะทำให้อากาศร้อน ยังเป็นสัญญาณของปัญหาอื่น ๆ เกี่ยวกับรถยนต์ในเรื่องที่ใหญ่กว่าที่คุณคิด บางปัญหาอาจลุกลามจนกลายเป็นเครื่องยนต์พังเลยก็ได้

สิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้รถทุกคนก็คือการไม่ละเลยและถนอมรถยนต์ หมั่นสังเกตและพาไปซ่อมบำรุงบ่อย ๆ เพื่อยืดอายุการใช้งานของระบบปรับอากาศภายในรถยนต์จะได้ไม่กลายเป็นตู้อบนั่นเอง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.carsome.co.th/news/item/car-tips-car-ac-not-cool