รวมรถไฟฟ้าใหม่น่าใช้ปี 2567-2568 มีอะไรบ้าง?
กระแสรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง การันตีด้วยยอดจองสูงทะลุ 5 หมื่นคันในงาน Motor Expo 2023 ซึ่งนอกจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ไฟฟ้าจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการก่อก๊าซพิษและไอเสียจากเครื่องยนต์แล้ว การชาร์จไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่ยังสามารถทำได้ที่บ้าน หลายคนยังสนใจบทความเพิ่มเติม:
รวมไปถึงการให้บริการของสถานีบริการทั่วประเทศยังอำนวยความสะดวกในการให้บริการจุดชาร์จไฟกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น จึงทำให้ผู้ซื้อมีความสนใจและเปลี่ยนทางเลือกจากรถยนต์สันดาปมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น
และสำหรับใครที่กำลังมองหาตัวเลือกรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าสนใจในปี 2567-2568 นี่คือ 10 รายชื่อรถยนต์ไฟฟ้าที่ทั้งกำลังจะเปิดตัว เปิดตัวมาแล้วตอนช่วงปลายปี 2566 แต่ยังได้รับความนิยมต่อเนื่อง รวมถึงรุ่นที่เคยเปิดตัวแล้วแต่มีการปรับโฉม (Minor Change)
วันนี้ SolarFX ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิล์มเซรามิค เรารวบรวมมาให้คุณแล้ว มาดูกันเลย!
อยากติดฟิล์มกรองแสงรถไฟฟ้าติดต่อเราสิครับ 
โทรเลย 

1. KIA EV9

ประเดิมกันด้วยรถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลีจาก Kia Motor Corporation เรียกได้ว่าใหม่แกะกล่องมากทีเดียว เนื่องจาก KIA EV9 เป็นรถไฟฟ้า SUV ขนาดใหญ่ 7 ที่นั่ง ซึ่งได้รับรางวัล North American Utility Vehicle of The Year และกำลังจะเปิดตัวที่ประเทศไทยในเดือนมีนาคม 2567 โดย KIA EV9 นั้นมีให้เลือกถึง 5 รุ่นคือ Light RWD, Light Long Range RWD, Wind AWD, Land AWD และ GT-Line AWD ส่วนรุ่นที่จะเปิดตัวในประเทศไทย ต้องรอติดตามในเดือนมีนาคมอีกครั้ง
คุณสมบัติที่น่าสนใจ KIA EV9:
- ใช้แพลตฟอร์มสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า Electric Global Modular Platform (E-GMP) จากการทำงานร่วมกันระหว่าง Hyundai และ KIA ทำให้การควบคุมรถมีความมั่นคงมากขึ้น
- เทคโนโลยี 800V ช่วยให้ชาร์จไฟได้ไวขึ้น เพียง 15 นาทีก็สามารถวิ่งได้สูงถึง 249 กิโลเมตร
- ขนาดแบตเตอรี่ 99.8 kWh สามารถวิ่งได้สูงสุด 505 กิโลเมตร/ชาร์จ (WLTP)
- กำลัง 385 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร และอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงที่ 4.5 วินาที
- มีระบบขับเคลื่อน 2 แบบ คือ 2 ล้อ (RWD) และ 4 ล้อ (4WD)
- หน้าจอ Head-up Display ที่มีระบบ AR แสดงผลข้อมูลสำคัญของการขับขี่บนกระจกหน้ารถ เช่นข้อมูลความเร็ว คำแนะนำการนำทาง และความปลอดภัยของเลน เป็นต้น
- ราคา (คาดการณ์) 2,054,000 – 2,350,000 บาท ยังไม่รวมภาษีของประเทศไทย
2. CHANGAN Deepal S07

สำหรับ CHANGAN Deepal S07 ที่อาจจะมีหลายๆ ท่านได้เห็นหน้าค่าตากันบนท้องถนนบ้างแล้ว เพราะได้เปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งรุ่นนี้ยังคงเป็นรถไฟฟ้าแบบ SUV ที่มีดีไซน์สปอร์ตแบบพรีเมียม มาพร้อมสมรรถนะที่มากพอสำหรับการขับขี่ทุกรูปแบบ
คุณสมบัติที่น่าสนใจ CHANGAN Deepal S07:
- ใช้แพลตเฟอร์ม EPA1 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มใหม่ของ CHANGAN สำหรับรถไฟฟ้า 100% ถูกออกแบบมาสำหรับ Deepal โดยเฉพาะ บนพื้นฐานของการขับเคลื่อนล้อหลัง Rear-Wheel Drive ที่มีการออกแบบให้กระจายน้ำหนักให้สมดุลทั้ง 4 ล้อ
- ขนาดแบตเตอรี่ 66.8 kWh วิ่งระยะไกลสุด 485 กิโลเมตร/การชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (NEDC)
- กำลัง 258 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงที่ 6.7 วินาที
- ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง
- หัวชาร์จ Type 2/ CCS Combo กระแสสลับ AC รองรับสูงสุด 7 kW และกระแสตรง DC รองรับสูงสุด 87 kW
- ราคา 1,399,000 บาท
3. NETA X

เป็นอีกหนึ่งแบรนด์รถไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย กับ NETA ที่ยอดขายมาแรงสำหรับรุ่นที่เปิดตัวและจำหน่ายไปแล้วในไทยอย่าง NETA V และ NEAT V II ซึ่งรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปในงาน Motor Expo นั่นก็คือ NETA X ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% สไตล์ Crossover SUV มาพร้อมหน้าตา รูปทรงที่ดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยวกว่าเดิม โดยมีแผนจัดจำหน่ายในประเทศไทยช่วงไตรมาสแรกถึงกลางปี 2567
คุณสมบัติที่น่าสนใจ NETA X:
- ขนาดแบตเตอรี่ 68 kWh วิ่งระยะไกลสุด 401-501 กิโลเมตร/การชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (NEDC)
- กำลัง 161 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงที่ 9.5 วินาที
- ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD)
- หัวชาร์จ AC Type 2 6.6 kW
- ภายในห้องโดยสารดีไซน์เรียบง่าย มาพร้อมหน้าจอสัมผัส ขนาด 15.6 นิ้ว
- ราคาเป็นทางการในประเทศจีนอยาที่ 630,000-730,000 บาท ส่วนราคาในประเทศไทยต้องรอติดตามการอัพเดทอีกครั้ง
อยากติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ราคาถูก โทรเลย 

4. BYD Seal U

เรียกได้ว่าได้รับความนิยมไม่แพ้กัน สำหรับ BYD ทำตลาดรถไฟฟ้าในไทยเพียง 3 รุ่น แต่ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และล่าสุดกับ BYD Seal U รูปแบบรถไฟฟ้าสไตล์ SUV 5 ที่นั่ง มาพร้อมประโยชน์ใช้สอยสมกับตัวย่อ U หรือ Utility โดยรุ่นนี้จะมีขนาดใหญ่ และพื้นที่ความจุเยอะ
คุณสมบัติที่น่าสนใจ BYD Seal U:
- ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐาน e-platform 3.0 มีให้เลือก 2 รุ่นคือ Standard Range และ Extended range
- Standard range: ขนาดแบตเตอรี่ 72 kWh วิ่งระยะไกลสุด 520 กิโลเมตร/การชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (WLTP) กำลัง 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงที่ 9.3 วินาที
- Extended Range: ขนาดแบตเตอรี่ 87 kWh วิ่งระยะไกลสุด 605 กิโลเมตร/การชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (WLTP) กำลัง 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร
- ราคา (คาดการณ์) 1,070,000-1,320,000 บาท
5. Cherry OMODA 5 EV

อีกหนึ่งแบรนด์รถไฟฟ้าที่มาจากประเทศจีน สำหรับ OMODA 5 EV รถสไตล์ B-SUV ที่ต่อยอดมาจาก OMODA6 และคาดว่าจะเตรียมเปิดตัวในประเทศทยต้นปี 2567
คุณสมบัติที่น่าสนใจ Cherry OMODA 5 EV:
- ขนาดแบตเตอรี่ 61 kWh วิ่งระยะไกลสุด 510 กิโลเมตร/การชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (NEDC)
- กำลัง 240 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 340 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงที่ 7.8 วินาที
- ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง
- รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 80 kW
- ราคายังไม่เปิดเผย
6. MINI Cooper 2024

กระโดดมาที่แบรนด์อังกฤษ สำหรับแบรนด์ MINI Cooper ที่ส่ง MINI Cooper 2024 เจเนอเรชั่น 5 ซึ่งขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% และเปิดตัวไปในงาน IAA ปี 2566 ที่มิวนิคเมื่อเดือนกันยายน และคาดว่าจะเริ่มจัดจำหน่ายในปี 2567 คุณสมบัติที่น่าสนใจ:
- มีให้เลือก 2 รุ่นคือ
Cooper E
ขนาดแบตเตอรี่ 40.7 kWh วิ่งระยะไกลสุด 305 กิโลเมตร/การชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (WLTP) กำลัง 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 290 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงที่ 7.3 วินาที รองรับการชาร์จ AC สูงสุด 11 kW และรองรับการชาร์จ DC Fast Charge ขนาด 75 kW
Cooper SE
ขนาดแบตเตอรี่ 54.2 kWh วิ่งระยะไกลสุด 305 กิโลเมตร/การชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (WLTP) กำลัง 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงที่ 6.7 วินาที รองรับการชาร์จ AC สูงสุด 11 kW และรองรับการชาร์จ DC Fast Charge ขนาด 95 kW
- ไฮเทคด้วยระบบการจดจำเสียงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการ MINI9 ที่สามารถเริ่มคำสั่งด้วยคำว่า “เฮ้ MINI!”
- ส่วนระบบความปลอดภัยก็ไม่น้อยหน้า เนื่องจากมีการติดตั้งเซนเซอร์อัลตร้าโซนิค 12 ตัว และกล้องมองภาพรอบทิศทาง 4 ตัว มาพร้อมระบบ Remote 360 ที่ช่วยให้มองเห็นสภาพแวดล้อมของรถที่จอดละภายในห้องโดยสาร
7. Tesla Model Y (Minor Change)

สำหรับยักษ์ใหญ่แห่งวงการรถไฟฟ้าสัญชาติอเมริกาอย่าง Tesla เองก็ไม่นิ่งนอนใจ ส่ง Tesla Model Y ที่เป็นตัว Minor Change ซึ่งเปิดตัวไปเรียบร้อยแล้วที่จีนเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และคาดว่าจะเปิดตัวในปี 2567 เช่นกัน โดยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จะเห็นได้ชัดในรุ่นเริ่มต้น ที่ปรับอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ไวขึ้นจากเดิม 6.9 เป็น 5.9 วินาที ในขณะที่ขุมพลัง และข้อมูลสมรรถนะอื่นๆ ยังคงเหมือนเดิมทั้งแรงม้า และแรงบิด นอกจากนี้ ระบบความปลอดภัยยังมีการอัพเดทซอฟท์แวร์ใหม่ และเพิ่มฮาร์ดแวร์ในส่วนของระบบตรวจจับมุมอับ และการย้ายตำแหน่งเซนเซอร์ให้อยู่ในจุดที่สามารถตรวจจับวัตถุต่างๆ รอบตัวได้ดียิ่งขึ้น
สรุป
เรียกได้ว่าปี 2567 นี้ น่าจะเป็นอีกปีที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าคึกคักมากขึ้นกว่าเดิม พร้อมด้วยรถไฟฟ้าหลายแบรนด์ หลายรุ่น รอจ่อเปิดตัวให้ได้จับจองเป็นเจ้าของ ซึ่งยิ่งการแข่งขันสูงขึ้นเท่าไหร่ ประโยชน์ก็จะตกมายังผู้บริโภคอย่างเรา ที่มีตัวเลือกมากขึ้น พร้อมราคาที่คุ้มค่าขึ้นนั่นเอง อย่างไรก็ตาม อย่าลืมติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดเพื่อที่จะได้ไม่พลาดโอกาสและโปรโมชั่นดีๆ ที่จะได้เป็นเจ้าของรถไฟฟ้าที่ดี รวมไปถึงฟิล์มกรองแสงรถไฟฟ้า ทั้งสมรรถนะ ดีต่อสิ่งแวดล้อม และดีต่อเงินในกระเป๋าด้วยนั่นเอง
หากคุณมีรถ EV แล้วยังไม่ได้ติดฟิล์มกรองแสง ติดต่อเราสิครับ 
โทรเลย 
