ไม่ว่าจะฤดูไหน ๆ แดดเมืองไทยและรังสียูวีก็เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับเราเสมอมา และไม่เลือกช่วงเวลาของปีเสียด้วย และหากใครที่ต้องขับรถในช่วงเวลากลางวันที่มีแดดจัด ๆ นอกจากภายในตัวรถแอร์จะไม่เย็นทันใจสักทีแล้ว สุขภาพผิวหนังและดวงตาก็ยิ่งน่าเป็นห่วง เพราะรังสียูวีที่ส่องเข้ามาภายใน อาจเป็นอันตรายต่อตัวคุณในระยะยาวได้
หากสนใจติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์จาก USA แท้ 095-952-7917, 02-003-3583
หากใครที่เพิ่งออกรถมาและยังไม่ได้เลือกยี่ห้อฟิล์มกรองแสง หรือวางแผนจะติดฟิล์มใหม่เพื่อท้าแดดเมืองไทยให้เต็มที่
วันนี้ เราก็มีเช็กลิสต์ 5 ข้อที่ฟิล์มรถยนต์ต้องมีมาฝากกัน มารู้กันหน่อยว่า ฟิล์มรถยนต์ยี่ห้อไหนดีเขาดูกันอย่างไร?

ติดฟิล์มรถยนต์ยี่ห้อไหนดี? ถ้ามีไม่ครบ 5 ข้อนี้อย่าเพิ่งติด!
ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์มีให้เลือกหลายยี่ห้อ หลากหลายรุ่น บางครั้งเวลาซื้อรถใหม่ก็มักจะมีโปรโมชั่นแถมติดฟิล์มรถยนต์ให้ฟรีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ฟิล์มกรองแสงที่ได้จากการแถมนั้น เราอาจจะเลือกรุ่นที่ชอบหรือสเปคที่ดีมากไม่ได้ เนื่องจากจะมีการ Fix ฟิล์มดำราคาไม่แพงให้ลูกค้าเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว หรืออาจจะได้รุ่นหรือยี่ห้อที่ไม่ได้ดีมาก
เพราะฉะนั้น ผมแนะนำว่าเวลาได้ฟิล์มกรองแสงแถมมาจากโชว์รูมควรจะสอบถามเรื่องยี่ห้อและประสิทธิภาพดีๆ ซึ่งถ้าไม่แน่ใจว่าฟิล์มรุ่นนี้ยี่ห้อนี้ดีไหม ให้ขอเป็นส่วนลด หรือเงินคืน เพื่อมาเลือกติดเองที่ร้านติดฟิล์มภายนอกจะดีกว่า เพราะว่า เวลาคุณไปใช้บริการเลือกติดฟิล์มรถยนต์ที่ร้านเอง ก็อาจจะเลือกจากสเปค ราคา หรือข้อเสนอที่ถูกใจที่สุด
แต่ไม่ว่าคุณจะใช้เกณฑ์เรื่องราคาหรือคุณภาพเป็นตัวตั้ง มีอยู่ 5 สิ่งที่คุณต้องมองหาจากฟิล์มกรองแสงหลากหลายยี่ห้อและร้านติดฟิล์มกรองแสงที่ไปใช้บริการ ดังนี้
1. ผู้ผลิตฟิล์มกรองแสงได้มาตรฐานสากล

ถึงแม้บางคนจะมองว่าติดฟิล์มรถยนต์ไว้แค่ช่วยกรองแสงและความร้อนเท่านั้น ติดฟิล์มยี่ห้อไหนก็เหมือนกัน แต่รู้ไหมว่า หากฟิล์มเสื่อมสภาพหรือไม่ได้มาตรฐานจะเป็นอันตรายต่อคนขับและผู้โดยสารมากเพียงใด เนื่องจากฟิล์มที่เสื่อมสภาพจะเปลี่ยนสีและอาจทำให้เกิดฟองอากาศบนตัวฟิล์ม
ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลต่อการมองเห็นอย่างแน่นอน แถมเมื่อไม่สามารถกรองรังสียูวีได้เหมือนเดิมแล้ว ก็ไม่ต่างอะไรกับการที่คุณนั่งตากแดด ตากรังสีUVอยู่ในรถ เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายดังกล่าว ต้องเลือกฟิล์มจากผู้ผลิตที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล เพื่อฟิล์มจะได้ไม่เสื่อมสภาพง่ายและทนความร้อนสูงจากแสงแดด
มี 3 ข้อที่ควรจะตรวจสอบฟิล์มมาตรฐานจากผู้ผลิตดังนี้
- ฟิล์มผลิตจากโรงงานในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 ซึ่งเป็นมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ ทั้งเรื่องการผลิต การติดตั้ง และการบริการ
- ระดับความเข้มของฟิล์ม และมาตรฐานการป้องกันรังสีความร้อนของฟิล์ม ต้องเป็นไปตามมาตรฐานของ IWFA (International Window Film Association) ไม่ใช่เกณฑ์ที่ผู้ผลิตคิดขึ้นเอง
- ค่าลดความร้อนรวม (TSER) ควรคำนวนด้วยมาตรฐาน ISO9050 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่พัฒนามากขึ้น และ ฟิล์มหลากหลายยี่ห้อต้องการลดต้นทุนการผลิตลง บางครั้ง ถ้าเราไม่ต้องการฟิล์มที่ราคาสูงเกินไป อาจจะเลือกฟิล์มทางเลือกที่ผลิตจากโรงงานทางเลือกที่ไม่ได้มาจากประเทศ USA
ซึ่งฟิล์มกรองแสงจากประเทศอื่นๆที่สามารถผลิตฟิล์มกรองแสงได้ มีอยู่หลากหลายที่เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ฟิล์มจากประเทศเกาหลี ประเทศจีน ประเทศอินเดีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศเลบานอน ฯลฯ ซึ่งราคาอาจจะจะถูกกว่าแน่นอน แต่ในด้านคุณภาพต้องมีการคัดเลือกปัจจัยอื่นๆอย่างละเอียดด้วย
เทคนิคการดูฟิล์มที่ผลิตจากอเมริกา ของแท้ 100% ดูอย่างไร?
จากประสบการณ์ ฟิล์มกรองแสง Made in USA เยอะไปหมด แต่มีจริงๆแค่ไม่กี่ยี่ห้อเท่านั้นที่ผลิตจาก USA จริงๆ
ด้วยความที่คำว่าฟิล์มกรองแสง Made in USA ขายได้ ทำให้ฟิล์มกรองแสงหลากหลายยี่ห้อ พยายามพูดว่าฟิล์มของตัวเองผลิตมาจากอเมริกา แต่อย่างที่ทุกท่านทราบกันว่า ต้นทุนการผลิตจาก USA ค่อนข้างจะแพงมาก เพราะเน้นด้านคุณภาพสูง ทำให้ความเป็นจริงแล้ว มีฟิล์มเพียงไม่กี่ยี่ห้อจริงๆที่ผลิตจาก USA แล้วเราจะมีวิธีการสังเกตอย่างไรบ้างหละ?
อย่าหลงเชื่อ เทคนิคการเล่นคำ!! ให้ลูกค้าเข้าใจผิด
1 เทคนิคที่พบกันบ่อย คือการโฆษณาฟิล์มในลักษณะว่า "มาตรฐาน USA" , "เทคโนโลยี USA", "USA STANDARD", "AMERICAN STANDARD" แต่ไม่ได้พูดตรงๆว่า "ผลิตจาก USA" ถ้าเป็นแบบนี้ให้ตั้งข้อสงสัยก่อนเลยว่า ฟิล์มกรองแสงไม่ได้ผลิตจากอเมริกาจริงๆครับ
และผมจะแนะนำอีก 1 เทคนิคที่ฟิล์มกรองแสงหลายยี่ห้อใช้บ่อย คือ เทคนิคการเหมารวม นั่นก็คือ ฟิล์มผลิตจากอเมริกาแค่บางรุ่นเท่านั้น แต่ฟิล์มรุ่นอื่นๆส่วนใหญ่ผลิตจากที่อื่น เช่น เกาหลี จีน แต่เวลาโฆษณา มักจะโฆษณาเหมารวมไปว่า Made in USA ทุกรุ่น ให้ลูกค้าเข้าใจผิด
อีก 1 เทคนิคที่โรงงานฟิล์มจีนชอบใช้กันบ่อย คือ ฟิล์มกรองแสงบางยี่ห้อก็ใช้เทคนิคว่า วัสดุบางส่วนผลิตจากอเมริกา เช่น แผ่นพลาสติกผลิตและนำเข้าจากอเมริกา แต่โรงงานเคลือบฟิล์มตั้งอยู่ที่จีน แต่ตีตรา Made in USA ก็มีเช่นเดียวกัน
เราสามารถเช็คเบื้องต้นได้ โดยการเข้าไปดูในเว็บไซต์จาก USA ว่ามีฟิล์มรุ่นนี้ขายจริงๆมั้ย ไม่ใช่แค่แบรนด์สั่งผลิตเท่านั้น (OEM) หรืออาจจะเข้าไปดูรีวิวจากทั่วโลก ว่ามีคนรีวิวฟิล์มกรองแสงยี่ห้อนี้จากประเทศอื่นๆอีกหรือไม่ ก็จะช่วยประกอบการตัดสินใจได้ระดับหนึ่งครับ หรืออาจจะเข้าไปเช็คจากสมาคม International Window Film Association (IWFA) ซึ่งเป็นสมาคมเกี่ยวกับฟิล์มกรองแสงระดับโลก ก็สามารถทำได้เช่นกัน
หากสนใจติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์จาก USA แท้ 095-952-7917, 02-003-3583
2. เลือกฟิล์มกรองแสงได้หลายระดับความเข้ม

คนขับรถแต่ละคนมีข้อจำกัดด้านการมองเห็นไม่เท่ากัน บางคนชอบฟิล์มที่ดูใสหน่อยเพราะเน้นขับรถช่วงเย็นไปถึงกลางคืน ในขณะที่บางคนต้องขับตากแดดบ่อย จึงอยากได้ฟิล์มที่ช่วยลดความร้อนภายในรถเวลาแดดจัด ๆ
ดังนั้น การจะเลือกฟิล์มรถยนต์ยี่ห้อไหนดีจึงต้องเลือกแบรนด์ที่ตอบโจทย์เรื่องความเข้มของฟิล์มซึ่งมีหลายระดับให้เลือกด้วย ซึ่งก็คือการเลือกระดับแสงสว่างส่องผ่าน(VLT) ได้มาก ไม่เพียงแค่มี 3 ความเข้ม 40 60 80 เท่านั้น
ฟิล์มกรองแสงควรจะมีความเข้ม หรือมีปริมาณแสงสว่างส่องผ่านให้เลือกหลายระดับ ซอยย่อยลงไปอีก ไม่ว่าจะเป็น ฟิล์มเข้มใส เข้ม40 เข้ม50 เข้ม60 เข้ม70 เข้ม80 หรือถ้าเทียบเป็นปริมาณแสงส่องผ่าน (VLT) ควรจะต้องมี VLT5% VLT15% VLT20% VLT35% VLT40% VLT70% เป็นต้น
และที่สำคัญ ราคาติดฟิล์มรถยนต์ ไม่ว่าเราจะเลือกความเข้มเท่าไร ควรจะมีราคาเท่ากัน ซึ่งฟิล์มกรองแสงบางยี่ห้อจะมีการคิดราคาฟิล์มบางความเข้ม แพงเป็นพิเศษ ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อผู้ใช้งาน เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเลือกความเข้มเท่าไร ควรจะคิดราคาเท่ากันทั้งหมดครับ
หลายคนยังสนใจบทความเพิ่มเติม: ติดฟิล์มความเข้มเท่าไรดี 40/60/80
3. ฟิล์มกรองแสงไม่เป็นอุปสรรคต่อทัศนวิสัย

อย่างที่เรากล่าวกันแทบจะทุกครั้งเลยว่าความปลอดภัยในการขับขี่ต้องมาเป็นอันดับแรก ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะติดฟิล์มที่ความเข้มน้อยหรือมาก สิ่งสำคัญคือตัวฟิล์มจะต้องมีความใส มองเห็นเส้นทางได้ชัดเจนทั้งในเวลากลางวันและกลางคืนเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ไม่สะท้อนแสงจ้าเห็นคอนโซลหน้ารถตอนกลางวัน และไม่มืดเกินไปเวลากลางคืน
ในการเลือกฟิล์มกรองแสงที่ดีทุกครั้ง ควรจะต้องไปดูตัวอย่างรถที่ติดฟิล์มกรองแสงนั้น ความเข้มแบบนั้นจริงๆ ไม่ควรเลือกแค่ในแคตตาล๊อค หรือเลือกแค่ความเข้ม 40 60 80 เท่านั้น และควรจะต้องดูตัวอย่างฟิล์มตอนโดนแดดตรงๆว่ามีแสงสะท้อนมากเพียงใด และมีความขุ่นมัวมากเพียงใด โดยเฉพาะการเลือกความเข้มฟิล์มจากรูปเพียงอย่างเดียว เนื่องจากภายถ่ายจากกล้องจะมีการชดเชยแสง ทำให้ความเข้ม เพี้ยนจากความเป็นจริง
นอกจากนี้ ฟิล์มยังต้องไม่รบกวนสัญญาณการผ่านประตูหรือ Easy Pass จนคุณต้องหยุดรถกะทันหัน ทั้งยังต้องไม่สะท้อนแสงใส่เพื่อนร่วมถนนคันอื่น ๆ ด้วย ซึ่งในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยี ฟิล์มนาโน หรือ ฟิล์มนาโนเซรามิค จึงเข้ามาตอบโจทย์ ณ จุดนี้ ดีกว่าฟิล์มปรอทนั่นเอง
การเลือกฟิล์มที่ทัศนวิสัยดี ถ้าพูดกันตรงๆแล้ว ถ้าไม่ใช่ช่างฟิล์มจริงๆ ดูยากครับ เพราะฉะนั้น การเลือกฟิล์มเซรามิคคุณภาพสูง ฟิล์มยี่ห้อดังๆตามท้องตลาด ก็จะช่วยได้ระดับนึงครับ ซึ่งฟิล์มเซรามิคเกรดดีๆที่เคลียจริงๆ ราคาจะตกอยู่ประมาณ คันละ 10,000 ต้นๆ ถ้าคุณติดฟิล์มเซรามิคในราคาที่ถูกกว่านี้ คุณต้องรับความเสี่ยง ในเรื่องของฟิล์มเซรามิคปลอม หรือฟิล์มเซรามิคราคาถูกที่อาจจะไม่ได้คุณภาพดีจริงๆด้วย
สนใจติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ 095-952-7917, 02-003-3583
Line:@SolarFX
4. ฟิล์มเคลือบอนุภาคเซรามิคเพิ่มอายุการใช้งาน มากกว่า 7 ปี หรือไม่

ด้วยความที่ในสมัยนี้ เทคโนโลยีฟิล์มกรองแสงได้พัฒนาไปไกล นอกเหนือจากฟิล์มดำธรรมดา ฟิล์มปรอท ปัจจุบันยังมีฟิล์มกรองแสงประเภทนาโน หรือฟิล์มเซรามิค จึงแนะนำคนรักรถให้เลือกติดฟิล์มที่ฝังอนุภาคนาโนเซรามิคขนาด 80-90 นาโนเมตร หรือฟิล์มประเภทนาโนเซรามิค
ซึ่งฟิล์มเซรามิคจะมอบประสิทธิภาพในการกันความร้อนและกรองแสงแดดได้ดีขึ้น ทนทานกว่า มีอายุการใช้งานยาวนานเป็น 10 ปี และมีระยะเวลารับประกันนาน เมื่อเทียบกับฟิล์มปกติ ซึ่งมีอายุการใช้งาน 5-7 ปี
เพราะฉะนั้น จะเลือกฟิล์มกรองแสงยี่ห้อไหนดี ควรจะดูเรื่องการรับประกันฟิล์มด้วย ว่าควรจะรับประกันอย่างน้อย 7 ปี ขึ้นไป ยิ่งถ้ากล้ารับประกันมากกว่า 10 ปี แล้ว ยิ่งแสดงว่า ต้องมั่นใจในคุณภาพฟิล์มจริงๆ
ที่สำคัญ ต้องดูเงื่อนไขการรับประกันด้วย ว่ารับประกันเรื่อง ประสิทธิภาพฟิล์มกรองแสง สีของฟิล์ม การกันความร้อนยังคงที่เหมือนเดิมตลอดการใช้งานหรือไม่? ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะปกติ การรับประกันฟิล์มทั่วๆไป จะรับประกันแค่ฟิล์มลอกล่อน แห้งกรอบจากกระจก แต่ความเป็นจริงแล้ว ต่อให้ฟิล์มไม่ล่อนออกมาจากกระจกก็ตาม แต่ย่น ทัศนวิสัยแย่ สีซีด ก็คงไม่มีใครอยากใช้แล้วใช่มั้ยหละครับ จะเคลมก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ต้องดูเรื่องการรับประกันดีๆ
เพราะฉะนั้นการเลือกยี่ห้อฟิล์มที่รับประกันยาวนาน เหมือนกับการได้ลงทุนครั้งเดียวและไม่ต้องเสียเงินเปลี่ยนฟิล์มบ่อย ๆ อีกทั้งในปัจจุบันราคาติดฟิล์มเซรามิครถยนต์ก็ค่อนข้างถูกลงกว่าเมื่อสมัยก่อนมากแล้ว ทำให้ลูกค้าได้มีทางเลือกในการเลือกยี่ห้อฟิล์มเซรามิคที่ดีมากยิ่งขึ้น
5. ติดฟิล์มรถยนต์ในห้องกระจกดีกว่า

ข้อสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้ข้ออื่น ๆ เลยก็คือ เวลาคุณจะเลือกใช้บริการร้านติดฟิล์มสักแห่ง ต้องสอบถามให้มั่นใจก่อนว่าช่างจะติดฟิล์มให้คุณที่ไหน ติดในพื้นที่โล่ง ติดริมถนน หรือติดในห้องกระจกหรือห้องติดแอร์หรือไม่?
นั่นก็เพราะว่าฝุ่นเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นแต่เป็นอุปสรรคในการติดฟิล์มเป็นอย่างมาก เมื่อเม็ดฝุ่นเข้าไปอยู่ฟิล์มแล้ว ฝุ่นก็จะติดอยู่เช่นนั้นเป็นที่รบกวนบริเวณสายตา ทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่แย่ลงได้
การติดฟิล์มในห้องกระจกจะช่วยควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมและปราศจากฝุ่น นอกจากนี้ทีมช่างยังต้องมีประสบการณ์ติดฟิล์มรถยนต์มาแล้วหลายรุ่น เข้าใจลักษณะและข้อจำกัดของหน้าต่างรถยี่ห้อต่าง ๆ เป็นอย่างดี พร้อมกับให้บริการด้วยความเป็นมิตรและจริงใจ
การติดฟิล์มตามข้างถนนหรือติดฟิล์มตามบ้าน คุณต้องยอมรับความเสี่ยงในด้านฝุ่น และสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ ทำให้งานติดตั้งฟิล์มกรองแสงออกมาอาจจะได้ไม่มีเท่าที่ควรก็เป็นได้
ดูข้อมูล: เปรียบเทียบฟิล์มกรองแสง 6 ยี่ห้อดัง ติดยี่ห้อไหนดี?
สนใจติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ในห้องกระจก โทรเลย 095-952-7917, 02-003-3583
Line:@SolarFX

อยากได้ฟิล์มใหม่ ติดฟิล์มเซรามิคยี่ห้อไหนดี?

ได้รู้กันไปแล้วว่าถ้าจะเลือกติดฟิล์มสักยี่ห้อควรพิจารณาจากสิ่งใดเพื่อให้เกิดความมั่นใจที่สุด แล้วตอนนี้คุณมีฟิล์มในดวงใจแล้วหรือยัง?
หากยัง เราขอแนะนำให้เลือกฟิล์มแบรนด์แท้จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของคุณภาพที่ได้มาตรฐานระดับโลก อย่างแบรนด์ SolarFX ซึ่งเป็นฟิล์มเซรามิคเกรดพรีเมียมที่เราคัดสรรส่งตรงมาจากอเมริกา มีความโดดเด่นและน่าใช้งาน ดังนี้
- ใช้เทคนิคการฝังอนุภาคนาโนเซรามิคลงบนเนื้อฟิล์ม จึงทนทานและใช้งานได้นานกว่าการฉาบหรือย้อมสี
- เป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในสหรัฐอเมริกา ขายดีและมอบความประทับใจให้กับผู้ขับขี่มาแล้วมากมาย
- มีหลายรุ่นและหลายระดับความเข้มให้เลือกครบครัน ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของคุณ
- ทนทาน ใช้งานได้นานและคุ้มค่าคุ้มราคากว่า ด้วยคุณภาพของตัววัสดุระดับพรีเมียม
- เลือกใช้ได้หลายรุ่น เช่น
- FXtreme Ceramic Series ฟิล์มดำเซรามิค สะท้อนแสงต่ำ สีดำสนิท สวยงาม มองเห็นได้ชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืน มีระดับความเข้มตั้งแต่ 40%, 50%, 60% และ 80%
- FXtreme Charcoal Ceramic ฝังอนุภาคนาโนเซรามิค มีความใสสบายตามากกว่าแต่กันความร้อนได้ดีเหมือนเดิม

สำหรับคนที่ชอบขับรถแล้ว หากปล่อยให้รถเจอความร้อนสูง การขับรถก็คงหมดสนุก แต่ถ้าหากคุณต้องการป้องรถและตัวคุณให้ห่างไกลจากรังสียูวีและแสงแดด เพื่อเพิ่มความเย็นและสบายตาเวลาขับรถ แต่ยังไม่รู้จะติดฟิล์มเซรามิคยี่ห้อไหนดี SolarFX ยินดีให้คำแนะนำที่จริงใจ เพื่อช่วยให้คุณเลือกใช้งานได้ถูกรุ่นมากที่สุด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line : SolarFX
สนใจติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ 095-952-7917, 02-003-3583