แยกให้ชัด! รถ Supercar VS Hypercar ต่างกันอย่างไร?

Supercar VS Hypercar ต่างกันอย่างไร

Supercar VS Hypercar ต่างกันอย่างไร

จัดว่า เป็นเรื่องฮือฮาในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์และคนรักรถสุดหรูอาจเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับรถยนต์ที่มีสมรรถนะสูง ความเร็วสูงสุด และราคาที่สูงลิ่วจนมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถสัมผัสได้ แน่นอนว่า รถยนต์ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องรถสปอร์ตที่พอจะพบเจอได้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น

หลายคนยังสนใจ บทความน่ารู้เพิ่มเติม

หากสนใจติดฟิล์มกรองแสงสำหรับรถยนต์ SuperCar โดยเฉพาะ ติดต่อเราสิครับ 

 095-952-791702-003-3583 โลโกline  Line:@SolarFX

ไลน์ Solarfx line-icon solarfx

เพราะบทความที่เรากำลังจะพาคุณไปโลดแล่นเข้าสู่โลกอันน่าตื่นเต้นของรถยนต์สุดหรู โฉบเฉี่ยวเหนือจินตนาการ อย่าง ซุปเปอร์คาร์ (Supercar) และไฮเปอร์คาร์ (Hypercar) แต่เชื่อมั้ยว่า หลายคนมักแยกไม่ออกทั้งสองแบบนี้ต่างกันอย่างไร อะไรทำให้สองสิ่งนี้แตกต่างกันแน่ ก่อนจะรีบไปดำดิ่งในโลกของสองประเภทรถนี้มาดูและแยกให้ชัดกันดีกว่า

Supercar คืออะไร

ซุปเปอร์คาร์ (Supercar) คืออะไร?

ซุปเปอร์คาร์ (Supercar) เป็นยานพาหนะสมรรถนะสูงและถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งมีความเร็ว การควบคุมรถ และการออกแบบที่โดดเด่น รถซุปเปอร์คาร์ส่วนใหญ่จะมีจุดเด่นที่ความเร็วและแรงกว่ารถสปอร์ตทั่วไปตามท้องตลาดมากพอสมควร ถ้านึกภาพไม่ออกขอให้ลองดูตัวอย่างจากรถ Ferrari 488 GTB เป็นต้นแบบรถซุปเปอร์คาร์ เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ที่สามารถเร่งความเร็วแบบโฉบเฉี่ยวพาคุณทะยานจาก 0-100 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 3 วินาที! สุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะ เพียงแค่ได้สัมผัสก็จะรู้ถึงความตื่นเต้นจากความเร็วสูงมากเลย

นอกจากนี้ รถยนต์ซุปเปอร์ (supercar) เหล่านี้มักมาพร้อมกับเทคโนโลยีสมรรถนะล้ำสมัย เช่น เครื่องบันทึกข้อมูลสมรรถนะ เพื่อประเมินและพัฒนาการขับขี่ได้อย่างเป็นแบบแผน คล้ายกับการเลียนแบบนักแข่งในสนามที่สามารถบันทึกเวลารอบของตนได้ และประเมินได้ว่า ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะไปในตำแหน่งไหน พร้อมกับเจอทีมดูแลรถได้ตามเวลาใด เพราะทุกวินาทีมีค่าเสมอ 

เหนือสิ่งอื่นใดรถซุปเปอร์คาร์เลยทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนอยู่ในรถแข่งท่ามกลางบรรยากาศสนามแข่ง เป็นต้น ตัวอย่างอื่นๆ ของซุปเปอร์คาร์ที่คนรักรถหรูต้องคุ้นหู เช่น Aston Martin Vantage และ Ferrari California เป็นต้น

hypercar คืออะไร

ไฮเปอร์คาร์ (Hypercar) คืออะไร?

ไฮเปอร์คาร์ (Hypercar) คือ คำที่มักใช้เพื่ออธิบายหรือเรียก ซุปเปอร์คาร์ในระดับชั้นสูง เทียบกับคำว่า crème de la crème ซึ่งแปลแบบเข้าใจง่ายว่า ที่สุดของที่สุด เพราะรถยนต์ประเภทนี้เป็นเสมือนตัวแทนของจุดสูงสุดหรือเป้าหมายสูงสุดของวิศวกรรมที่ต้องการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและประสิทธิภาพ ด้วยความที่รถยนต์สมรรถนะสูงเหล่านี้ขึ้นชื่อในเรื่องความเร็วที่สูงกว่ารถยนต์ระบบส่งกำลังแบบไฮบริด และจำนวนการผลิตที่มีจำกัดอย่างมาก ยิ่งทำให้มีความพิเศษมากยิ่งขึ้น ซุปเปอร์คาร์ที่ว่า เจ๋งแล้ว ยังต้องยอมหลีกให้กับไฮเปอร์คาร์เลยล่ะ

ตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมและเห็นภาพได้ชัดสุดของรถไฮเปอร์คาร์ (hypercar) ก็คือ รถปอร์เช่ 918 ซึ่งมีระบบส่งกำลังไฮบริด HY-KERS ที่ผสมผสานเครื่องยนต์สันดาปเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า ส่งผลให้มีความเร็วสูงสุดมากกว่า 210 ไมล์ต่อชั่วโมง อีกรุ่นที่น่าหลงใหลคือ รถหรู Pagani Huayra รถยนต์ที่สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับไฮเปอร์คาร์ด้วยการออกแบบที่พิถีพิถันและสมรรถนะที่เร้าใจ

ต้นทุนการผลิต

ต้นทุนการผลิต รถซุปเปอร์คาร์ (Supercar) กับ ไฮเปอร์คาร์ (Hypercar)

สำหรับคนที่กำลังสนใจอยากเข้าวงการรักรถหรูแต่ยังอาจจะสงสัยว่าความแตกต่างของซุปเปอร์คาร์ (Supercar) แตกต่างจากไฮเปอร์คาร์ (Hypercar) จริงๆ?

นอกจากต้นทุนการผลิตที่ทำให้ ราคารถไฮเปอร์คาร์ (Hypercar) เป็นกลุ่มยานยนต์พิเศษที่มักจะมีป้ายราคาสูงถึงหลายล้าน โปรดจำไว้ว่าความพิเศษเฉพาะตัวและประสิทธิภาพสูงต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่สูงกว่ารถทั่วไปหลายเท่า ไม่ว่าจะเรื่องของการลงทุนไปกับผู้เชี่ยวชาญนักพัฒนาหรือกระบวนการผลิตในส่วนต่างๆ ก็ตาม แต่ใครที่เคยสัมผัสจะรู้เลยว่า 

ความแตกต่างของรถซุปเปอร์คาร์ (Supercar) กับไฮเปอร์คาร์ (Hypercar) คือ ระบบส่งกำลังของรถหรูแตกต่างกัน แม้ว่ารถซุปเปอร์คาร์มักจะมีเครื่องยนต์ที่ทรงพลังอย่าง Twin-turbo V8 แต่ไฮเปอร์คาร์สเปกก็จะยกระดับสูงมากขึ้นไปอีก พวกเขามักจะติดตั้งระบบส่งกำลังแบบไฮบริดโดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ให้โฉบเฉี่ยวเร้าใจเหนือระดับ เร็ว แรง ไม่เกรงใจใคร

และหากจะเทียบกันจริงๆ แล้ว ความเร็วสูงสุดของรถไฮเปอร์คาร์ยังเหนือกว่ารถซุปเปอร์คาร์อีกหลายเท่าด้วย ตัวอย่างเช่น ในขณะที่ Ferrari 488 GTB สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถูกใจคนรักความเร็วที่ 205 ไมล์ต่อชั่วโมง แต่รถไฮเปอร์คาร์ Porsche 918 ก็ทำได้เหนือกว่าด้วยความเร็วสูงสุดที่ 210+ ไมล์ต่อชั่วโมง

สรุปแล้วจะเห็นได้ว่าตัวเลขที่เป็นต้นทุนการผลิตก็ช่วยชี้ให้เห็นได้ว่า พวกเขาแตกต่างออกไป รถซุปเปอร์คาร์ถึงแม้จะไม่ธรรมดาเหมือนรถสปอร์ตทั่วไป ด้วยความหรูหราและคุณสมบัติที่เหนือกว่า แต่รถไฮเปอร์คาร์ก็ยังยกระดับและมีความพิเศษที่เหนือกว่าได้อีกจนคนที่สัมผัสด้วยตัวเองรู้ได้เลยว่า เหนือกว่าที่ตรงไหน

จำนวนการผลิต

จำนวนการผลิต รถซุปเปอร์คาร์ (Supercar) กับ ไฮเปอร์คาร์ (Hypercar)

อีกหนึ่งความเชื่อมโยงจากเรื่องของต้นทุนการผลิตก็คือ จำนวนที่ถูกผลิตมาให้คนรักรถหรูได้สัมผัสและครอบครองเป็นเจ้าของ หากเทียบกันระหว่างรถซุปเปอร์คาร์ (Supercar) กับรถไฮเปอร์คาร์ (Hypercar) ก็จะเห็นได้ว่า ด้วยต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าและเปิดให้จับจองเป็นเจ้าของในราคาที่เอื้อมถึงกว่าไฮเปอร์คาร์ ก็เลยมีตัวเลือกรถซุปเปอร์คาร์ให้เลือกมากมายกว่าไฮเปอร์คาร์หลายเท่า ในขณะที่ด้วยราคาและสมรรถนะของไฮเปอร์คาร์ จึงถูกผลิตขึ้นในจำนวนจำกัด ซึ่งช่วยเพิ่มเสน่ห์ดึงดูดใจให้คนรักรถหรูรู้สึกถึงความพิเศษที่จะได้ครอบครองมากกว่า

ความหรูของรถ

ความหรูรถซุปเปอร์คาร์ (Supercar) กับ ไฮเปอร์คาร์ (Hypercar) ต่างกันไหม

นอกจากเรื่องต้นทุนการผลิตและจำนวนการผลิตของรถซุปเปอร์คาร์และรถไฮเปอร์คาร์แล้ว อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ ความหรูหราชวนหลงใหลภายใต้ความเร้าใจในความเร็วสูงของรถซุปเปอร์คาร์ (Supercar) อย่าง Ferrari 488 GTB หรือที่สุดของสมรรถนะเจ้าแห่งเทคโนโลยีที่รวบรวมมาอย่างเหนือระดับจาก Porsche 918 เรื่องความเร็ว แรง ไม่เป็นรองใคร สมกับราคาที่ได้จ่ายไป รวมๆ แล้วทั้งรถซุปเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์ต่างก็มอบประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นทั้งสิ้น

แต่อย่างไรก็ตาม รถซุปเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์ต่างก็ตอบสนองรสนิยมและงบประมาณที่แตกต่างกัน โดยแยกได้ง่ายๆ จากการที่รถซุปเปอร์คาร์จะเน้นไปในเรื่องของการขับขี่ด้วยความเร็วสูงและเทคโนโลยีขั้นสูง มอบรสชาติแห่งความหรูหราและสมรรถนะด้านการขับขี่ขั้นสุด ต่างจากรถไฮเปอร์คาร์ ซึ่งมีระบบส่งกำลังแบบไฮบริดและจำนวนการผลิตที่จำกัด รวมถึงมอบความพิเศษเฉพาะตัว ไม่ว่าจะการออกแบบดีไซน์หรือเทคโนโลยีล้ำสมัยไม่เหมือนใคร (ประมาณว่า เทคโนโลยีเอกลักษณ์ประจำแบรนด์ที่ใครๆ ต่างก็นึกถึง) และสมรรถนะยานยนต์ระดับสูงสุด 

ราคา Supercar VS Hypercar

ราคาที่แตกต่างระหว่างรถซุปเปอร์คาร์ (Supercar) กับ ไฮเปอร์คาร์ (Hypercar)

อีกหนึ่งข้อสังเกตเกี่ยวกับรถซุปเปอร์คาร์ Supercar VS รถไฮเปอร์คาร์ Hypercar ต่างกันอย่างไรก็คือ ราคา

คนรักรถหรูย่อมรู้กันดีว่า ทั้งสองเป็นรถหรูทั้งคู่ ราคาย่อมสูงกว่ารถทั่วไปในท้องตลาดอยู่แล้ว แต่ทั้งสองก็ยังแยกได้ง่ายๆ จาก หากเป็นรถซุปเปอร์คาร์ Supercar รุ่นปกติทั่วไปจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณหลักหมื่นถึงหนึ่งแสนดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณสามล้านกว่าบาท)

แต่สำหรับรถไฮเปอร์คาร์ Hypercar แล้ว มันมีราคาเริ่มต้นสูงถึง 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ! (18 ล้านบาท) เลยทีเดียว เช่น SSC Tuatara รถไฮเปอร์คาร์ Hypercar จากบริษัทผลิตรถยนต์ติดอันดับประจำแวดวงไฮเปอร์คาร์ก็มี SSC North America ที่ราคาสูงถึง 1.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ซึ่งนอกจากจะมีราคาและมูลค่าที่สูงมากแล้ว ยังโยงไปถึงเรื่องรถ Hypercar ที่มีการผลิตออกมาในจำนวนที่จำกัด ทำให้มันกลายเป็นรถหายากที่น้อยคนนักจะได้ครอบครอง ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็มีโอกาสน้อยที่ราคาจะตกและมักได้รับความนิยมถึงขั้นพยายามหามาสะสมก็มีเหมือนกัน

แนวโน้มรถในอนาคต

แนวโน้มในอนาคตรถ Hyper Car

ในขณะที่โลกกำลังก้าวไปสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยานพาหนะสมรรถนะสูงเหล่านี้ก็เช่นกัน ไม่ใช่ว่ารถหรูจะมีราคาแพงแล้วไม่สนเรื่องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมใดๆ เพราะ ณ ขณะนี้ผู้ผลิตรถหรูซุปเปอร์คาร์และรถไฮเปอร์คาร์จำนวนมาก (และมีแต่มากขึ้นเรื่อยๆ) กลับหันมารวมพลังสนับสนุนการใช้พลังงานไฟฟ้าในรถซุปเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์ของตนมากขึ้น ส่งเสริมการพัฒนาระบบส่งกำลังแบบไฮบริดจริงจัง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นคุณลักษณะเฉพาะของไฮเปอร์คาร์ และกำลังกลายเป็นหนึ่งในคุณสมบัติทั่วไปในซุปเปอร์คาร์เช่นกัน

การพัฒนาแบบก้าวกระโดดเหล่านี้มีข้อจำกัดหรือไม่? คำตอบก็คือ แน่นอน ผู้คนที่หลงใหลในความเร็วและแรงของรถซุปเปอร์คาร์ในอดีตบางคนถึงกับกังวลว่าการปรับเปลี่ยนจากพลังงานเชื้อเพลิงน้ำมันมาเป็นพลังงานมอเตอร์ไฟฟ้าอาจทำให้ความรวดเร็วและตื่นเต้นเร้าใจแบบเดิมๆ แบบรถที่ใช้น้ำมันเบนซินกำลังจะหายไป แต่ด้วยการพัฒนาไม่หยุดยั้งก็ต้องขอการันตีว่า ความเร็วและสมรรถนะของรถไฟฟ้าและไฮบริดของทั้งรถซุปเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์เหล่านี้ ดูเหมือนว่าจะเป็นการผสมผสานอย่างลงตัวที่คุ้มค่าและมีแต่จะสร้างความประทับใจให้ผู้ครอบครองยิ่งขึ้นไปอีก

สรุป

สรุปรถซุปเปอร์คาร์ (Supercar) กับ ไฮเปอร์คาร์ (Hypercar) ต่างกันอย่างไร?

ก่อนจะสรุปเป็นที่น่าสังเกตว่ารถยนต์ทั้งสองประเภทนี้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าไป เส้นแบ่งระหว่างซุปเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์ก็อาจเลือนลางจนแยกยากยิ่งขึ้นไปอีก แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอน ไม่ว่าเทคโนโลยีจะพาเราไปที่ไหน ความต้องการเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงและน่าตื่นเต้นจะไม่ไปไหน

ภายหลังสรุปแล้วความแตกต่าง ณ ขณะนี้ หากจะพูดง่ายๆ ก็คือ Supercar ที่ว่าหรูและเจ๋งแล้ว เมื่อเจอ Hypercar อาจต้องชิดซ้าย (หลายคนเลยสรุปไปว่า Hypercar นี่ล่ะ คือ ตัวท็อปของ Supercar) ด้วยความหรูหราและคุณสมบัติที่ก้าวล้ำนำสมัยกว่าที่ทำให้คนรักรถหรูทุกคนไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมเส้นแบ่งราคาถึงโดดไปสูงกว่ารถซุปเปอร์คาร์ Supercar มากมายขนาดนั้น

หากสนใจติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ SuperCar เรามีฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูง ติดต่อเราสิครับ

 095-952-791702-003-3583 โลโกline  Line:@SolarFX

ไลน์ Solarfx

line-icon solarfx

หลายคนยังสนใจบทความเพิ่มเติม